ราคากุ้งประจำวัน

ปรับปรุงเมื่อ: 01 สิงหาคม 2567

จำนวนกุ้ง (ตัว) ต่อกิโลกรัม 40 50 60 65 70 75 80 85 90 95 100 105 110 115 120 125 130 135 140 145 150 จำนวนตู้
ราคา (บาท) 165 150 135 132 130 128 123 118 115 115 115 115 115 115 115 115 111 111 107 107 106 69

กรุงเทพฯ - 31 กรกฎาคม 2569 - บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 กวาดรายได้เพิ่ม 9.8% กำไรโต 9.0% จากไตรมาสก่อน หนุนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีรายได้จากการขาย 2,780 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 308 ล้านบาท โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 26 สิงหาคมนี้

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2
ปี 2569 ว่า บริษัทยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยมีรายได้จากการขาย 1,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (High Season) ส่งผลให้ยอดขายและปริมาณการขายปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์

เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดขายอาหารกุ้งและสัตว์บกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจอาหารกุ้งที่เป็นรายได้หลักของบริษัท มีการเติบโตทั้งในประเทศที่เพิ่มขึ้น 2.3% และการส่งออกที่
โดดเด่นโตถึง 62% แม้ผลกระทบของต้นทุนปลาป่นที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาความสามารถในการทำกำไรได้

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 308 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.8% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.1% สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารกุ้งที่เติบโตและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากการรักษาความเป็นผู้นำตลาด การขยายฐานลูกค้า พร้อมการรุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันทางด้านต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้บริษัทยังคงสามารถบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงอยู่ที่ 8.6% อีกทั้ง บริษัทยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับการผลิตอาหารกุ้ง ที่โรงงานสงขลาและอาหารปลาที่โรงงานสมุทรสาคร ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงลดลงเหลือ 7.3% จาก 14.1%

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569) ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 13 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ภายใต้การดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง TFM พร้อมเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการบริหารต้นทุน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว แม้อุตสาหกรรมจะยังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบ บริษัทได้ติดตามสถานการณ์ราคาปลาป่นอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการด้านการจัดซื้อและการบริหารสินค้าคงคลัง เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุน ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ และขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การบริการทางวิชาการ และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายพีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย