Daily shrimp price

Last Updated: 30 June 2022

Unit (Kg.) 40 50 60 65 70 75 80 85 90 95 100 105 110 115 120 125 130 135 140 145 150 No. of Containers
Price (Baht) 190 180 165 157 155 153 145 140 140 140 140 136 132 127 125 123 122 121 120 118 118 55

‘บมจ.ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์’ หรือ TFM ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจ เตรียมพร้อมนำหุ้นเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก 29 ต.ค.นี้ เผยกระแสตอบรับจากนักลงทุนดีเยี่ยม หลังยอดจองซื้อหุ้น IPO ล้น ชี้พื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง เดินหน้าเข้าลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำในต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า

นายบรรลือศักร โสรัจจกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ TFM ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจ เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 29 ตุลาคม 2564 โดยใช้ชื่อย่อ ‘TFM’ ในการซื้อขายหลักทรัพย์ หลังประสบความสำเร็จเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 109.30  ล้านหุ้น ราคาเสนอขายหุ้นละ 13.50 บาท ในช่วงการเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยเป็นอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพและพื้นฐานธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งมีความแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจผลิตอาหารสัตว์น้ำ ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ ซึ่งภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ TFM วางแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศเป็นหลักผ่านโมเดลทางธุรกิจที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ ได้แก่ 1. การเซ็นสัญญาความร่วมมือทางเทคนิคและอนุญาตให้ AVANTI Feeds Limited (AVANTI) ผู้ผลิตอาหารกุ้งรายใหญ่ของประเทศอินเดีย ใช้ชื่อทางการค้า (Trade Name) และสูตรการผลิตสินค้าของ TFM สำหรับการจำหน่ายอาหารกุ้งในประเทศอินเดีย 2. การเข้าร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partner) ตั้งบริษัทย่อย เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำในประเทศอินโดนีเซีย ชื่อว่า บริษัท พีที ไทยยูเนี่ยน คาริสม่า เลสทารี จำกัด (TUKL) โดยมีพันธมิตรทางธุรกิจ 2 กลุ่ม คือ 1.) พันธมิตรท้องถิ่น คือ PT Maxmar Summa Kharisma (PT MSK) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจแปรรูปอาหารแช่แข็งรายใหญ่ในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงมีการดำเนินธุรกิจฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งโดยมีผลผลิตกุ้งประมาณ 6,500 ตันต่อปี

และ 2.) กลุ่ม AVANTI เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำรายใหญ่ในประเทศอินเดีย โดย TFM, PT MSK และกลุ่ม AVANTI มีสัดส่วนการถือหุ้นใน TUKL เท่ากับ 65%, 25% และ 10% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ TUKL ตามลำดับ ปัจจุบัน TUKL อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องจักร กำลังการผลิตอาหารกุ้ง 36,000 ตันต่อปี คาดว่าจะสามารถติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จและเริ่มผลิตและจำหน่ายอาหารกุ้งได้ภายในสิ้นปี 2564 นอกจากนี้ TUKL ยังเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจในขยายธุรกิจไปยังธุรกิจการผลิตและจำหน่ายอาหารปลาในประเทศอินโดนีเซีย และมีแผนขยายธุรกิจไปยังธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำภายในปี 2566 โดยวางแผนลงทุนในสายการผลิตอาหารสัตว์น้ำเพิ่มเติมอีก 2 สายการผลิต ส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 36,000 ตันต่อปี คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณไม่เกิน 250 ล้านบาท  และ 3. การส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศศรีลังกา มาเลเซีย บังคลาเทศ พม่า ปากีสถาน และสาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นต้น

โดยนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนไปใช้ใน (1) การขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต (2) ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จำนวนไม่เกิน 250 – 350 ล้านบาท ภายในเดือนมีนาคม 2565 เพื่อให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หลัง IPO ต่ำกว่า 1 เท่า และ (3) ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFM กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มีแผนในการเติบโตเละเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจากปัจจุบันที่ 3% ด้วยโมเดลขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตไปยังประเทศที่มีศักยภาพโดยนำความพร้อมทางด้านประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี บุคลากร แหล่งเงินทุน และกลยุทธ์ที่เหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจของ TFM เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผลการดำเนินงานของ บริษัทฯ ในระยะยาวต่อไป

นายพิเชษฐ สิทธิอํานวย กรรมการผู้อํานวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จํากัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า TFM ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีพื้นฐานธุรกิจที่ดี และถือเป็นผู้นำการผลิตอาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพและมีแบรนด์สินค้าที่ได้รับการยอมรับ ด้วยทีมผู้บริหารและคณะกรรมการที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการบริหารงานส่งผลให้ TFM สามารถผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากการเป็นบริษัทในกลุ่มไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ทั้งด้านการจัดหาวัตถุดิบ ชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการผนึกกำลัง (Synergy) ทำให้ TFM มีโอกาสในการเข้าลงทุนในบริษัทที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และมีผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มเติบโตตามการฟื้นตัวของประเทศ รวมถึงได้ขยายการเติบโตไปในประเทศที่มีศักยภาพ และสนับสนุนการเติบโตในอนาคต

“การสร้างการเติบโตของ TFM ไม่หยุดแค่ในประเทศเท่านั้น แต่ TFM มองหาโอกาสเพื่อสร้างการเติบโตในต่างประเทศอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจใน 3 ประเทศที่ TFM ได้เข้าร่วมลงทุนและเข้าทำธุรกิจมาแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งอินเดีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน ถือเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมการผลิตสัตว์น้ำยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก รวมถึงการมีจำนวนประชากรค่อนข้างมาก โดยอินเดียมีประชากรราว 1.38 พันล้านคน อินโดนีเซีย 273.5 ล้านคน และปากีสถาน 220.9 ล้านคน ซึ่งจำนวนประชากรของแต่ละประเทศล้วนสะท้อนถึงความต้องการด้านการบริโภคได้ชัดเจน ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ TFM ซึ่งมีความพร้อมทางด้านความรู้ความเชี่ยวชาญในการผลิตและอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการผลิต เงินลงทุน และแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในวงกว้างในประเทศไทยและในระดับสากล ที่จะขยายฐานลูกค้าในประเทศดังกล่าว” นายพิเชษฐ กล่าว