ราคากุ้งประจำวัน

ปรับปรุงเมื่อ: 01 สิงหาคม 2567

จำนวนกุ้ง (ตัว) ต่อกิโลกรัม 40 50 60 65 70 75 80 85 90 95 100 105 110 115 120 125 130 135 140 145 150 จำนวนตู้
ราคา (บาท) 165 150 135 132 130 128 123 118 115 115 115 115 115 115 115 115 111 111 107 107 106 69

TFM โชว์ศักยภาพการเติบโตในไตรมาส 1/2569 ทำรายได้ 1,325 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 11.1% จากแรงหนุนของธุรกิจอาหารกุ้งซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเติบโต แม้เผชิญความท้าทายจากปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบ โดยบริษัทเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าสินค้า ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ควบคู่การผลักดันแนวทาง “เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ” เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดพรีเมียม พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 8–10% อย่างมั่นคงในระยะยาว

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เศรษฐกิจของไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการขาย 1,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจอาหารกุ้งซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยธุรกิจอาหารกุ้งมีรายได้ 880 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 66% ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้น 13.1% จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายและการขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.0% ลดลงเล็กน้อย จาก 21.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะปลาป่นที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน

อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการปรับสัดส่วนสินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้

นอกจากนั้นสัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายปรับลดลงมาอยู่ที่ 8.8% จาก 9.8% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งบริษัทได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ที่ช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร รวมถึงการบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยเสริมคุณภาพกำไรโดยรวม โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.1% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ต้นทุนจะปรับตัวสูงขึ้น

ในด้านการเติบโตระยะยาว บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างความร่วมมือในประเทศบังกลาเทศเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการลงทุนในประเทศเอกวาดอร์เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโลก ควบคู่กับการผลักดันแนวทาง “การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ” ภายใต้โครงการ Thai Union Synergy 2026 ซึ่งมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรไทยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าในตลาดพรีเมียม

ทั้งนี้ แม้ไตรมาสแรกจะเป็นช่วงโลว์ซีซันของอุตสาหกรรม ประกอบกับแรงกดดันจากต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจโลก แต่บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจ และความสามารถในการบริหารต้นทุนในภาวะผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายพีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเดินหน้าเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 8–10% จากปีก่อน โดยมีธุรกิจอาหารกุ้งและอาหารปลาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับการรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว