ราคากุ้งประจำวัน

ปรับปรุงเมื่อ: 01 สิงหาคม 2567

จำนวนกุ้ง (ตัว) ต่อกิโลกรัม 40 50 60 65 70 75 80 85 90 95 100 105 110 115 120 125 130 135 140 145 150 จำนวนตู้
ราคา (บาท) 165 150 135 132 130 128 123 118 115 115 115 115 115 115 115 115 111 111 107 107 106 69

กรุงเทพฯ – 31 ตุลาคม 2568 – บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดขาย 1,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9 เปอร์เซ็นต์ และกำไรสุทธิ 223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.8 เปอร์เซ็นต์สะท้อนความแข็งแกร่งของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอาหารกุ้งที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งในไทยและอินโดนีเซีย เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ตอกย้ำผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์น้ำแบบยั่งยืน

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยยอดขายและกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากความแข็งแกร่งของหลายกลุ่มธุรกิจ โดยมียอดขาย 1,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนหลักมาจากผลิตภัณฑ์อาหารกุ้งซึ่งเพิ่มขึ้นจากความต้องการในประเทศที่แข็งแกร่งของลูกค้ารายสำคัญ รวมถึงยอดส่งออกจากไทย ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารปลา มียอดขายเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากแรงหนุนของปริมาณขายอาหารปลากะพงที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการขยายส่วนแบ่งตลาดและความเป็นผู้นำของ TFM ในตลาดอาหารปลากะพงอย่างต่อเนื่อง

ด้านกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ทำได้ 370 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.7 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 21.8 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น 2.6 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากยอดขายที่สูงขึ้น การปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงเหลือ 7.1 เปอร์เซ็นต์ จาก 7.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุน อีกทั้งอัตราภาษีที่แท้จริงลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หลังจากเริ่มรับรู้สิทธิประโยชน์ BOI สำหรับการผลิตอาหารกุ้งที่โรงงานสงขลา และอาหารปลาที่โรงงานสมุทรสาคร ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.8 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 13.2 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังคงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 0.46 เท่า

ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มียอดขายรวม 4,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.8 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ตอกย้ำการเติบโตที่มั่นคง นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 มีมติอนุมัติการขายเงินลงทุนทั้งหมดใน AMG–Thai Union Feedmill (Private) Limited (AGM-TFM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในปากีสถานที่ TFM ถือหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ เพื่อปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มไทยยูเนี่ยน และเพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงเสริมความสามารถการแข่งขันในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ และแม้ AMG-TFM จะไม่เป็นบริษัทย่อยอีกต่อไป แต่ TFM ยังคงความร่วมมือในรูปแบบการสนับสนุนด้านเทคนิค โดยจะให้ความช่วยเหลือด้านความรู้และเทคโนโลยีการเลี้ยงกุ้งแก่ AMG-TFM ต่อไป

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFM กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเป้าหมายปี 2568 คาดว่ารายได้ของบริษัทฯ จะเติบโต 7–9 เปอร์เซ็นต์ จากโมเมนตัมที่แข็งแกร่งของธุรกิจอาหารกุ้งและอาหารปลาในประเทศไทย รวมถึงการฟื้นตัวของความต้องการในอินโดนีเซียหลังการระบาดของโรค คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พอร์ตโฟลิโอที่มีคุณภาพ และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่จะควบคุมสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายให้อยู่ในระดับ 8–10 เปอร์เซ็นต์

“จากความสามารถในการขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างผลงานอันโดดเด่นของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการจนเป็นที่ยอมรับอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและระดับสากล ส่งผลให้ บริษัทฯ สามารถคว้ารางวัลสำคัญ ได้แก่ รางวัลสุดยอด CEO รุ่นใหญ่ สาขาเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร จากงาน CEO Econmass Awards 2025 และรางวัล Thailand’s Best Managed Companies 2025 จากดีลอยท์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนความเป็นผู้นำที่มุ่งพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืนในระดับสากลอย่างแท้จริง” นายพีระศักดิ์ กล่าว